Tour de France เป็นการแข่งขันจักรยานรายการใหญ่หนึ่งในรายการแกรนทัวร์ ที่ใครๆคงได้ยินชื่อและคุ้นหู บางคนก็เรียกว่า "ตูร์เดอฟร็องซ์" ตามภาษาฝรั่งเศส บ้างก็เรียก "ทัวร์ออฟฟรานซ์" ตามภาษาอังกฤษ หรือบางทีก็เรียก " ลากรองด์บูกล์ (La Grande Boucle)" และ" เลอตูร์ (Le Tour)" ล้วนแล้วแต่เป็ฯรายการเดียวกันทั้งนั้น
ตูร์เดอฟรองซ์ เป็นการแข่งขันจักรยานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกลหนึ่งในสามรายการใหญ่ ที่จัดการแข่งขันในยุโรป รวมเรียกว่า แกรนด์ทัวร์ โดยอีกสองรายการคือ
จีโรดีตาเลีย (Giro d'Italia) จัดในอิตาลี ช่วงเดือนพฤษภาคม-ต้นมิถุนายน
วูเอลตาอาเอสปันญา (Vuelta a España) จัดในสเปน ช่วงเดือนกันยาย
จุดกำเนิดเริ่มต้น ตูร์เดอฟร็องค์นั้น เริ่มมาจากนักข่าวที่ชื่อว่า จีโอ เลอแฟฟร์จากหนังสือพิมพ์ลอโต ได้นั่งลงคุยกับบรรณาธิการของเขาที่มีชื่อว่าอ็องรี เดส์กร็องเจ่อะ เขาได้พูดถึงเรื่องการเพิ่มยอดขายของหนังสือพิมพ์ จึงคิดจัดการแข่งขันจักรยานทางไกลขึ้นมา และเป็น
การผูกขาดทางลิขสิทธิ์การรายงานข่าวเพียงเจ้าเดียว และหากใครสนใจหรืออยากติดตามอ่านก็ต้องซื้อหนังสือพิมพ์ของเขาเท่านั้น!! และเขาก็ทำได้สำเร็จอีกทั้งยังเขี่ยหนังสือพิมพ์คู่แข่งเจ้าอื่นๆออกจากวงธุรกิจได้สำเร็จ
การแข่งขันในครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 1903 หรือเมื่อ 106 ปีที่แล้ว (นานมาก) โดยในครั้งแรกนั้นมีผู้เข้าแข่งขันแค่ 60 คน และมีผู้แข่นขันจนจบแค่ 21 คน เท่านั้น!! ซึ่งผู้ที่ชนะในปีนั้นเป็นชาวฝรั่งเศสที่ชื่อว่า "มอริช กาแร็ง" นับแต่นั้นมา ตูร์เดอฟร็องซ์ ก็เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ความยากลำบากของการแข่งขันรายการนี้ ไม่ใช่เพียงแต่ระยะทางที่ไกลแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆอีก เช่น สภาพสนามในแต่ละสเตจ ความพร้อมของจักรยาน คน และสภาพอากาศ ซึ่งสมัยก่อนนั้น เทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนปัญจุบัน ทำให้จักรยานในยุคแรกๆนั้นปั่นได้ความเร็ว
เฉลี่ยแค่ 26-29Km/h เท่านั้นเอง นับว่านักปั่นจักรยานในยุคแรกๆ อึดเอาการเลยทีเดียว อีกทั้งยังไม่มีรถ เซอร์วิส คอยวิ่งตามหลัง ใครจะลงแข่งรายการนี้ต้องพกยางนอก ยางใน และอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นไปเอง เพราะในกฏการแข่งขันบอกไว้ว่า "ห้ามรับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นเด็ดขาด!!!" ซึ่งต่างจากสมัยนี้เทคโนโลยีไปไกลมาก วิทยาศาสตร์การกีฬาก็มีวิวัฒนาการมาก ทำให้การออกแบบตัวรถ หรือ การออกแบบอุปกรณ์ต่างๆ การลดน้ำหนักของตัวรถ ระบบกลไก ทำให้เดี๋ยวนี้ปั่นกันได้ง่าย ไกล และ สะดวกสบายกว่าแต่ก่อน อีกทั้ง มีรถเซอร์วิสคอยวิ่งตามมาข้างหลัง ซึ่งมีอุปกรณ์ที่จำเป็นพร้อมให้การบริการอยู่ตลอด
สีเสื้อขอนักแข่งบ่งบอกอะไร เรามาดูกัน